กระบี่
Heavenly Krabi
หาย ไปนานจาก Diaryis ก็มัวแต่วุ่นวายเรื่องงานแหล่ะครับ ^^ ปีนี้รู้สึกได้ว่ามีช่วงวันหยุดยาวมากมายทีเดียว ผมก็เลยถือโอกาสไปพักผ่อนกับเค้าบ้าง นาน ๆ จะได้ไปที หลายคนอาจจะเดาว่าผมไปเสม็ดมาอีกแน่ ๆ เปล่าครับ คราวนี้ผมไปที่ที่อยากไปมาก ๆ อยากไปมานานแล้ว "กระบี่" ครับ
วันนี้จึงเอารูปมาฝากกัน ไม่เยอะมาก แต่ประทับใจมากครับ กับช่วงเวลาเพียง 4วัน 3 คืน ที่ Alis Hotel (ได้ยินว่าจะปิดตัวลงอีกไม่นานนี้) แม้บรรยากาศจะเงียบเหงาเพราะพิษเศรษฐกิจ แต่ความงดงามของธรรมชาติก็ทำให้ผมลืมความเหงาเหล่านั้นได้หมด
ถ้าคุณ มีโอกาสหยุดพักผ่อนหลายวัน และอยากเที่ยวทะเล ไม่ต้องไปไกลถึงมัลดีฟส์หรอกครับ ทะเลใต้บ้านเราก็เพียงพอแล้ว สวยมากมาก เที่ยวไทย ช่วยเศรษฐกิจไทยดีขึ้นด้วยนะครับ
ผมขอบอกว่าตลอดทริปนี้ทุกคืนต้องมีเรื่องชวนขนลุกตลอด เดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังไปด้วยนะครับ
- วันแรกก็ยังไม่ได้ทำไรมากครับเพราะว่ากว่าจะไปถึงโรงแรมก็บ่าย 3 โมงแล้ว จึงนั่งเล่นนอนเล่นแล้วก็ว่ายน้ำเล่นในสระสบายใจเฉิบ ก่อนจะออกไปเดินเล่นชายหาด หาไรกิน จนพลบค่ำ แล้วก็กลับมานอน (คืนนี้ผมฝันครับ ฝันว่ามีแหม่มคนนึงให้ไปขุดทรายให้เธอหน่อยตรงริมหาดนพรัตน์ ผมก็ไปขุด จู่ ๆ ขุดพบกระโหลก และซี่โครงมนุษย์ แล้วแหม่มคนนั้นก็บอกว่า เธออยู่ตรงนี้มานานแล้วขอบคุณมากที่ช่วยขุดขึ้นมา เธอยิ้มให้แล้วก็จากไป-*- )
เพิ่งลงจากเครื่องคับป๋ม

สระ และตัวอาคารของโรงแรม Alis

ถ่ายห้องนอนผ่านห้องน้ำ(เอ๊ะยังไง)

เย็นย่ำที่กระบี่

อาทิตย์ตกดิน

ค่ำแล้ว

มีคนปล่อยโคมกันด้วยครับ
- วันที่ 2 ^^ วันนี้มีทริปครับ วันนี้เป็นวันที่สนุกมากจริง ๆ ครับ แต่ตื่นเช้ามานั่งเรือหางยาวผมก็เกิดอาการเมาเรือนิดหน่อย แถมโดนปลารุมทึ้งที่ทะเลแหวกอีกต่างหาก มันว่ายเข้ามาเป็นฝูงเลยครับ ปลาเยอะมากจริง ๆ ตกใจแทบแย่ ทีนี้พอไปถึงเกาะไก่ เลยได้แต่ถ่ายรูป และไม่กล้าลงไปดำดูปะการังมากนัก เพราะกลัวหอยเม่น และยังผวากับปลาฝุงใหญ่เมื่อสักครู่ด้วย ที่เกาะไก่เราได้เจอกับเต่าตะนุ ที่ป่วยและว่ายมาเหนือน้ำขอความช่วยเหลือพอดี จึงมีเจ้าหน้าที่นำตัวไปรักษา ^^ หลังจากนั้นผมก็ไปที่เกาะปอดะ ทีนี่ผมเกือบโดนลิงกัดอ่ะครับ มันพยายามที่จะขโมยถุงก๊อบแก๊ปที่ใส่ครีมกันแดดของผมไป แถมยังขู่และแยกเขี้ยวใส่อีกต่างหาก แต่ดีที่มีคนช่วยไล่ไปครับ น่ากลัวมาก -*- สุดท้ายก็ไปถ้ำพระนาง ที่นี่ผมประทับใจมาก ๆ เลย สวยงามมาก แถมยังได้กราบสักการะศาลพระนางอีกด้วย และผมก็เล่นทะเลอยู่ที่นี่สักพักก่อนจะกลับที่พักอย่างเปียกโชก เพราะขากลับฝนกำลังตั้งเค้า และลมแรง เลยเปียกกันทั้งเรือเลยครับ มือเย็นก็ไปทานอาหารที่ ชวนชิมSeafood ที่หาดนพรัตน์ อาหารอร่อยสด และราคาไม่แพง ถ้าไปอย่าลืมแวะร้านนี้นะครับ (คืนนี้ผมหลับสนิทครับ เพราะเหนื่อยมาทั้งวัน แต่แล้วอะไรบางอย่างก็ทำให้ผมตื่น นั่นคือกลิ่นหอมครับ หอมมาก หอมอย่างรุนแรง ผมถึงกับต้องตื่นขึ้น มองไปรอบข้างก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น แปลกมากครับ ตอนนั้นราว ๆ ตี 2 กว่า ๆ ได้ และในโรงแรมมีพักกันอยู่แค่ 2 ห้อง -*- ขนลุก ผมรีบหลับตาปี๋และข่มใจให้หลับโดยด่วน)

เช้านี้สดใสมาก ๆ
นั่งเรือหางยาวไป เมาเรือไป
หาดนพรัตน์ธารา งดงามจริง ๆ
ทะเลแหวกที่ไม่ค่อยเต็มใจแหวกครับวันนี้

เกาะไก่ (เห็นหัวไก่ชัดเลย อิอิ)

นี่ครับเต่าตะนุ ธรรมดาจะดำน้ำหนีถ้าเจอคน

ฝูงปลาที่ว่ายผ่านผมครับ ปลาเสือ
กระโดดตัวลอยที่เกาะปอดะ (พุงเปิดเลย-*-)
มาถึงถ้ำพระนาง มีความสุขมากครับ
อาบแดดจนตัวเริ่มดำ ทะเลสวยงามและสงบ
- เข้าวันที่ 3 วันนี้ตื่นกันแบบสบาย ๆ ครับ ไม่มีอะไรต้องรีบ ก็เลยเดินเรื่อย ๆ มาจนถึงริมหาดแล้วก็ซื้อตั๋วเรือ 100 บาท เพื่อจะไปที่หาดไร่เลย์ครับ หาดนี้ที่พักแพงแบบว่าสุด ๆ ครับ คืนละเป็นหมื่นเลย แต่ก็แลกกับความงดงามของหาดที่เรียกได้ว่าสุดยอดเลยทีเดียว อาหารที่หาดนี้ออกจะแพงไปหน่อย (ไม่หน่อยล่ะ...-*-) หากเตรียมไปกันเองได้ก็ดีนะครับ ไม่งั้นเจอข้าวผัด 2 จาน + น้ำมะพร้าว 2 ลูก 700 บาทแบบผม จะหาว่าไม่เตือนนะ ^^
- เริ่มแรกผมก็ลงเล่นน้ำ เล่นไปเล่นมาสักพักก็รู้สึกประหลาด เพราะเหมือนแสบ ๆ คัน ๆ ที่ข้อเท้า ก็เลยไม่ได้สนใจอะไร ขึ้นจากน้ำมานอนอาบแดดที่ชายหาดก็รู้สึกคันและแสบมากขึ้น จนสังเกตได้ว่าเป็นตุ่ม ๆ ขึ้นมา แสบคันทีเดียว พี่ ๆ แถวนั้นบอกว่าผมน่ะโดนหนวดแมงกระพรุนเล่นงานเอาน่ะ เล็กน้อย เพระแค่นี้ถือว่าโดนตัวเล็กมากก็เอาใบของผักบุ้งทะเลมาขยี้และเอาน้ำของมันมาทาแก้พิษ
- หลังจากทานอาหารกลางวัน ผมก็ลงเล่นน้ำอีก เล่นไปเล่นมา เอาอีกแล้วครับ!!! ผมเหยียบเข้ากับอะไรสักอย่างใต้น้ำ มันหยุ่น ๆ รู้สึกได้เลยว่าตัวใหญ่มาก สักพักแขน และขาของผมโดนพันด้วยสายอะไรสักอย่างยาว ๆ ครับ และทันใดนั้นมันเจ็บแสบมากครับ!! ผมรีบขึ้นจากน้ำโดยไว แต่เหมือนโดนดึงและรั้งไม่ให้ขึ้นมา ดีที่มีเพื่อนและคนแถวนั้นมาช่วยไว้... สรุปว่า ผมโดนแมงกระพรุนตัวใหญ่ทำร้ายครับ จนเป็นรอยแผลรอบแขนและขาเลยทีเดียว ดีที่ไม่ใช่แมงกระพรุนไฟ ไม่งั้นเสร็จมัน -*- ผมใช้ยาหม่องทาก็บรรเทาได้เยอะครับ
- เย็นวันนั้นผมกลับมาก็ค่อนข้างเพลียครับ ก็เลยเล่นน้ำอยู่ที่สระโรงแรมและเดินออกมาทาน seafood ริมหาด "วังทราย" สบาย ๆ และกลับไปพักผ่อนในที่สุด(ทุกคนครับ คืนนี้เป็นคืนสุดท้ายในกระบี่ใช่ไหมครับ ดังนั้นไม่ผิดหวังครับ ผมได้ของฝากไว้ในความทรงจำมาเต็ม ๆ -*- เริ่มจาก ตอนกลับเข้าห้องหลังจากล้างหน้าและเปิดแอร์จะนอนพักผ่อน จู่ ๆ TV ก็เปิดขึ้นเองครับ เอ่อ...จำได้ว่าปิดสวิทช์ที่ตัวเครื่องแล้วนะ สุดยอดดดด หลังจากนั้น ผมก็หลับไปครับ ทีนี้กลางดึกที่ทุกอย่างเงียบสงัดแล้วนั้น จู่ ๆ เตียงผมยวบครับ ยวบไป ยวบมา เหมือนมีคนจะขึ้นเตียง ผมลืมตาขึ้นทันที!!! ไม่มีอะไรครับ.... แต่พอหลับตาไป ก็ยวบอีก บรื๋ออออ สักพักเพื่อนที่ไปทริปนี้ด้วยกันขอมานอนด้วยครับ ด้วยเหตุผลที่ว่า "เหม็นกลิ่นเน่ารุนแรงมาก" ดีครับมีเพื่อนมานอน แต่ความกลัวผมก็ทวีคูณเข้าไปอีกหลังจากฟังเค้าเล่า -*- ทีนี้ผมหลับตาปี๋และสั่งตัวเองให้ "หลับบัดเดี๋ยวนี้!!!!"ซึ่งก็หลับปุ๋ยไปเลยครับ เฮ้อ......)

ไร่เลย์ สวยมากกกกก

Chill

มุมหนึ่งใน Alis Hotel

Sunset @ Krabi

ขอบฟ้าสีทอง
- วันสุดท้ายตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกเสียดายครับ เพราะว่าเวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน แม้จะเจอโจมตีด้วยสัตว์หลากชนิดไม่ว่าจะปลา1ฝูง แมงกระพรุน หรือแม้กระทั่งลิง แต่ก็ไม่สามารถทำลายความสุขของผมได้อยู่ดี ก่อนจะกลับผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมอนุสาวรีย์สึนามิ ซึ่งพอเข้าไปแล้วก็ทำให้ระลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น ทำให้แอบน้ำตาคลอเล็กน้อย ด้วยความรู้สึกที่ว่า จริง ๆ แล้วชีวิตเราบอบบางเพียงใด.... จากนั้นผมก็ส่งPost Card ให้ตัวเองหนึ่งใบ และเดินทางกลับกรุงเทพมหานครอย่างปลอดภัย

มือที่กุมประสานกันเหนือคลื่น....

นั่นสินะแสงสว่างเหนือน้ำ อีกนิดเดียวก็ถึงแล้ว...

แล้วผมจะกลับไปอีกครั้งแน่นอน...
ต่อ Mola mola Sunshine!
1 มิ.ย. 2552 เวลา 00:22 น.
My Official Website